เมอริเดียน
ประวัติเหล้า

เมอริเดียน เสริมทัพบุกตลาดพรีเมี่ยม มั่นใจชูจุดเด่นภาพลักษณ์ทันสมัย ดีไซน์สวยหรู

เมอริเดียน  หอมนาน มุ่งเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟสไตล์ชื่นชอบความแตกต่าง

ไทยเบฟ ที่ได้มีการขยายอาณาจักรเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยที่ได้มีการเปิดตัวบรั่นดี “เมอริเดียน” ที่ได้มีการเสริมทัพบุกตลาดพรีเมี่ยม มั่นใจชูจุดเด่นภาพลักษณ์ทันสมัย ที่ได้มีการดีไซน์สวยหรู และได้มีการคัดวัตถุดิบคุณภาพ รสชาตินุ่มนวล หอมนาน ที่ได้มุ่งเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟสไตล์ชื่นชอบความแตกต่าง ที่ได้มีการเปิดเผยกลยุทธ์เชิงรุกบุกตลาดทุกช่องทาง ของหนุนที่ได้มีการจัดกิจกรรมเข้าถึงตัวผู้บริโภค เพื่อเป็นการย้ำจุดแข็งช่องทางจำหน่ายเดินหน้ากระจายสินค้าทั่วประเทศ

นายวิโรจน์ จันทรโมลี รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ที่ได้มีการเปิดเผยว่า แนวทางการที่ได้มีการทำตลาดในปีนี้ ยังคงให้ความสำคัญในเรื่องของกลยุทธ์พรีเมี่ยม ไมเซชั่น (Premiumization) หรือเป็นการการสร้างภาพลักษณ์สินค้าให้มีความทันสมัย โดยที่มีเอกลักษณ์ โดดเด่นชัดเจน ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุม โดยเมื่อล่าสุดได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มบรั่นดี ภายใต้แบรนด์ “เมอริเดียน” (MERIDIAN) โดยที่ได้มีการออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรก ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายเข้าสู่ตลาดสินค้าในกลุ่มบรั่นดี และได้มีการผลักดันให้ไทยเบฟก้าวขึ้นมาเป็นผู้ที่ได้มีการนำตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีความแข็งแกร่งและมีสินค้าครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ทั้งในกลุ่มสุราสี กลุ่มสุราขาว กลุ่มสุราสมุนไพร และกลุ่มบรั่นดี

โดยที่มีความโดนเด่นของบรั่นดีเมอริเดียนอยู่ตรงที่ความเป็นบรั่นดีเกรด V.S.O.P (Very Special Old Pale) คัดสรรวัตถุดิบจากธรรมชาติ ทั้งองุ่นและผลไม้ชนิดอื่นมาหมัก กลั่น แล้วนำไปบ่มในถังไม้โอ้คนานกว่า 4 ปี เพื่อให้ได้รสชาติกลมกล่อมและปริมาณแอลกอฮอลล์ 38 ดีกรี นอกจากนี้ ยังได้มีการสร้างความแตกต่างด้วยการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ได้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พิถีพิถันกับทุกรายละเอียด โดยที่ได้มีการแบ่งออกเป็นขนาด 700 มิลลิลิตร บรรจุอยู่ในขวดแก้วใส รูปทรงทันสมัย ฝาปิดทรงเพชรพร้อมจุกกันปลอม กล่องพิมพ์ลายสีทอง ที่ได้ทำจากวัสดุอย่างดี ส่วนขนาด 350 มิลลิลิตร ด้านหลังขวดโค้งเว้าเป็นพิเศษ ฝาปิดทำจากโลหะเคลือบสีดำพิมพ์ลายทองสวยงาม เหมาะกับกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่

นายวิโรจน์ โดยที่ได้มีการกล่าวเพิ่มเติมว่า ตลาดบรั่นดีถือเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่ยังคงได้มีศักยภาพและโอกาสทางการตลาดค่อนข้างสูง โดยในปีที่ผ่านมามีมูลค่าตลาดรวมถึง 9,000 ล้านบาท หรือประมาณ 1. 7 ล้านลังต่อปี คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 5-10% ซึ่งในขณะที่คู่แข่งขันยังมีน้อยราย ทำให้ไทยเบฟฯ มั่นใจที่จะลงไปช่วงชิงส่วนแบ่งในตลาดดังกล่าว โดยวางตำแหน่งสินค้าให้อยู่ในกลุ่มบรั่นดีระดับพรีเมี่ยมเพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ อายุระหว่าง 25 – 35 ปี ซึ่งส่วนใหญ่มี ไลฟ์สไตล์ชื่นชอบสินค้าที่มีเอกลักษณ์ทันสมัยแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ในตลาด

สำหรับกลยุทธ์ในทางการตลาดจะได้มีการเน้นกิจกรรมที่เจาะเข้าถึงตัวผู้บริโภคโดยตรง ผ่านรูปแบบการออกโรดโชว์แนะนำสินค้าและได้เป็นการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับร้านอาหารชื่อดังกว่า 220 ร้านใน 16 จังหวัดทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับการสื่อสารผ่านทุกช่องทางหลัก อาทิ ภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ เคเบิลทีวี หนังสือพิมพ์ และสื่อกลางแจ้งต่างๆ ภายใต้งบประมาณ 100 ล้านบาท ประกอบกับการใช้ช่องทางกระจายสินค้าที่มีความแข็งแกร่งของไทยเบฟซึ่งมีศักยภาพในการกระจายสินค้าได้รวดเร็วและครอบคลุมทั่วประเทศ จึงเป็นตัวแปรสำคัญที่จะเป็นการช่วยผลักดันให้บรั่นดีเมอริเดียนประสบความสำเร็จและสามารถช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาดในปีแรกได้ประมาณ 10 %

“เมอริเดียนเป็นบรั่นดีเกรดพรีเมี่ยมที่ผ่านขั้นตอนการวิจัยและได้มีการพัฒนาสินค้าจนได้รสชาติกลมกล่อม นุ่มนวล หอมนาน ถูกใจผู้บริโภค โดยเริ่มทดลองวางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อและโมเดิร์นเทรดเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วและก็ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี ซึ่งในเดือนกุมภาพันธ์นี้ก็จะมีสินค้าออกวางจำหน่ายครบทุกช่องทางทั่วประเทศพร้อมกันทั้ง 2 ขนาด และคาดว่าในปี 2554 ที่จะได้มีการขยายความร่วมมือจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายกับร้านอาหารเพิ่มอีก 20 จังหวัด เพื่อเป็นการผลักดันเป้าหมายการเติบโตซึ่งตั้งไว้ปีละประมาณ 10%” นายวิโรจน์ โดยที่ได้มีการกล่าว…

เหล้าอุ
ประวัตอเหล้าอุ

เหล้าอุ เป็นเครื่องดื่มมึนเมาที่มีรสชาติหวานกลมกล่อม

เหล้าอุ  เครื่องดื่มเลี้ยงแขกบ้านแขกเมืองของชาวภูไท

เหล้าอุ หรือเหล้าไหที่ได้มีการผลิตภัณฑ์ขึ้นจากชนเผ่าผู้ไทยยังอนุรักษ์และสืบทอดมาสู่ลูกหลานเดิมนั้น ชนเผ่าผู้ไทยใช้เหล้าอุในการเลี้ยงสังสรรค์ต้อนรับเพื่ื่อนฝูงที่มาเยี่ยมบ้าน “เหล้าอุ “เป็นเครื่องดื่มที่ได้มรการออกออกฤทธิ์มึนเมาซึ่งได้ทำมาจากข้าวเหนียว แกลบ รำข้าวและแป้งยีสต์ ซึ่งในปัจจุบัน อุ เป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลที่ได้มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมของคนทั่วไป เมื่อได้มีการต้อนรับแขกผู้มาเยียนด้วยการฟ้อนรำผู้ไทย ก็จะได้มีการเชิญแขกร่วมดูดอุกับสาวผู้ไทยเรณูนคร ที่ามารถเรียกว่า การชนช้าง ซึ่งเป็นประเพณีที่ขาดไม่ได้และสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนอย่างไม่มีวันลืม
ในปัจจุบัน เหล้าอุ ที่ได้มีการจดทะเบียนเป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์ หนึ่งตำบลที่เสียภาษีอากรถูกต้องตามกฎหมาย

วิธีการรับประทานเหล้าอุ
ที่ได้มีการนำไหเหล้า มาเปิดปากไห วิธีเปิดฝาให้เอาด้ามมีดค่อยๆเคาะขี้เถาอัดบนฝาออก ( เวลาเคาะควรระวังอย่าโดนปากไห เดี๋ยวไหจะแตก ) ระวังอย่าให้ขี้เถานั้นลงไปในไหเหล้า โดยที่มีการเอียงไหเหล้าค่อยๆ ที่ได้มีการเปิดออก เพื่อเป็นการนำผ้าหรือกระดาษที่สะอาด เช็ดบริเวณถุงพลาสติกที่คลุมอยู่ในไห เพื่อไม่ให้ขี้เถาลงไปในไห แล้วค่อยนำถุงพลาสติกออกทิ้ง หลังจากนั้นก็เทน้ำจะยี่ห้ออะไรก็ได้ลงไป แล้วแต่คนชอบกินรสชาติแบบไหน แล้วใส่น้ำตามใจชอบ เช่นสไปร์(บางคนก็บีบน้ำมะนาวเพิ่มเข้าไป) , โค้ก, เป๊บซี่ , เบียร์ , น้ำเปล่า(แบบดั่งเดิม), น้ำมะพร้าวอ่อน , เหล้าขาว แล้วแต่ชอบเลยเทน้ำลงแล้วทิ้งไว้ 10 นาที แล้วค่อยใช้หลอดดูด(ทำจากไม้ซางเป็นหลอดดูดมีรสชาติหอมกลิ่นเนื้อไม้) ค่อยๆปักลงไปในไหจนถึงก้นไห(เวลาทิ่มหลอด ค่อยๆ ตอนทิ่มต้องมีความระวังปลายหลอดหัก) ก็สามารถดื่มเหล้าอุได้แล้ว พอน้ำใกล้หมดสามารถเติมไปได้เรื่อยๆ จนกว่าเชื้อเหล้าจะจาง…

เบียร์สิงห์
ประวัติเบียร์

ความเป็นมาของ เบียร์สิงห์ ในความเชื่อโบราณของไทย ซึ่งกลายมาเป็นตราเครื่องหมายการค้าของผลิตภัณฑ์เบียร์

เบียร์สิงห์   ไดอ๊อกไซด์ ที่ให้พรายฟองซ่า… ช่วยเพิ่มรสชาติให้ เครื่องดื่มอร่อยซาบซ่ายิ่งขึ้น

พระยาภิรมย์ภักดี ที่ได้มีการก่อตั้งบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ขึ้นในปีพุทธศักราช 2476 เป็นโรงเบียร์ที่แรกของประเทศไทยที่ได้มีการพัฒนาและเป็นการปรับปรุงประสิทธิภาพ อยู่เสมอ จนได้ชื่อว่าเป็นโรงเบียร์ที่ได้มีศักยภาพในการผลิตสูงที่สุดคือ พันล้าน ลิตรต่อปี และเป็นโรงเบียร์ที่ใช้เครื่องมือเครื่องจักรที่ทันสมัยมากที่สุดเพื่อเป็นการผลิต สินค้าคุณภาพภายใต้เครื่องหมายการค้า “สิงห์” “ลีโอ” และ “มิดไวด้า
บริษัทฯ ที่ได้มีการกระจายกำลังการผลิตไปทั่วราชอาณาจักร ด้วยการสร้างโรงเบียร์ 3 แห่ง และโรงงานผลิตโซดา น้ำดื่ม อีก 6 แห่ง ความสามารถในการผลิตเบียร์ ที่ได้มีมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวผนึกกับเครือข่ายการจัด ได้มีการจำหน่ายที่รองรับตลาดอย่างทั่วถึงทำให้บุญรอด ที่ได้มีการยืนผงาดอยู่ในแนวหน้าของผู้ผลิตเบียร์ตราบจนทุกวันนี้ ยิ่งบริษัทฯ ที่ได้รับเกียรติบัตร ISO 9002 เพื่อได้รับรองมาตรฐานการผลิต ยิ่งทำให้ผู้บริโภค มั่นใจในสินค้าของบุญรอดฯ เมื่อเห็นว่าตลาดโลกมีความต้องการสินค้าคุณภาพของบุญรอด บริษัทฯ จึงได้มีการเสริมกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นในประเทศเยอรมันด้วย โรงเบียร์อีก 2 แห่ง และร่วมทุนทำโรงเบียร์ในประเทศจีนอีก 1 แห่ง

ในขณะเดียวกัน บุญรอดมีความสำนึกและภาคภูมิใจในความเป็นไทยตลอดมา จึงได้เป็นการเน้นที่จะเป็นการส่งเสริมกิจกรรมทางสังคมที่เป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีไทยเป็นหลัก นอกเหนือจากการให้ความช่วยเหลือเป็นการสนับสนุนกิจกรรมที่มีคุณค่าทุกประเภท เพื่อที่จะได้เป็นการตอบแทนสังคมที่อุดหนุนผลิตภัณฑ์ตราสิงห์ด้วยดีตลอดมา

คุณภาพของสินค้าเป็นหัวใจสู่ความสำเร็จของกลุ่มบริษัทบุญรอด เพื่อเป็นการให้ความสำคัญกับการผลิต สินค้าคุณภาพเยี่ยมยอดที่จะทำให้บุญรอดสามารถรักษาปณิธานดั้งเดิมนี้ไว้ได้ โดยที่ได้มีการเลือกสรรวัตถุดิบที่ดี ที่สุดจากธรรมชาติ ผ่านขั้นตอนการผลิตที่ทันสมัย และการตรวจสอบคุณภาพที่เข้มงวด ด้วยในปัจจัยเหล่านี้ ที่ทำให้สินค้าของบุญรอดเป็นสัญลักษณ์ของคุณภาพ ในทุกๆ วัน ผู้บริโภคนับล้านทั้งใน และต่างประเทศ ที่ได้แสดงถึงความไว้วางใจในกลุ่มบริษัทของเรา โดยการเลือกซื้อสินค้าของบุญรอด ความเชื่อถือซึ่งมาจากการ ปูพื้นฐานภาพพจน์ด้านคุณภาพเป็นระยะเวลายาวนานถึง 6 ทศวรรษ…

ความเป็นมา ของสาเก
เหล้าสาเก

ความเป็นมา ของสาเก ชาวญี่ปุ่นรับเอาวิธีการหมักสุราด้วยข้าวมอลต์จากประเทศจีนเมื่อหลายพันปีมาแล้ว

ความเป็นมา ของสาเก  เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ได้รับความนิยมมาก

ความเป็นมา ของสาเก

Sake หมายถึง น้ำเมาที่กลั่นหรือหมักแล้ว หรือ สุรา, เหล้า นั่นเอง คำว่า สาเก เป็นการอ่านด้วยเสียงญี่ปุ่น

ถ้าออกเสียงแบบจีนจะอ่านว่า Shu ส่วนคำว่า Nihon หมายถึง ประเทศญี่ปุ่น “นิฮงชุ” จึงหมายถึงสุราที่ผลิตใจประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง ซึ่งชาวไทยส่วนใหญ่จะรู้จักกันในนาม “สาเก” สาเกเป็นเครื่องดื่มประจำชาติของชาวญี่ปุ่นมานานหลายศตวรรษ ไม่ทราบแน่ชัดว่ามีต้นกำเนิดจากไหน หรือเมื่อไร แต่สันนิษฐานว่าชาวญี่ปุ่นรับเอาวิธีการหมักสุราด้วยข้าวมอลต์จากประเทศจีนเมื่อหลายพันปีมาแล้ว เหล้าสาเกมีความพิเศษเหมือนกับไวน์ที่นำมาเสิร์ฟพร้อมอาหารและช่วยเพิ่มรสชาติอาหารในยุคอาสึกะ Asuka jidai / ค.ศ.592 – 710 สาเกที่หมักจากข้าว, น้ำ และมอลต์เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ได้รับความนิยมมาก ในสมัยเฮอัน Heian jidai / ค.ศ.794-1185 สาเกเริ่มถูกใช้ประกอบในพิธีทางศาสนา และผู้คนก็เริ่มดื่มสาเกกันบ่อยขึ้น ในช่วงแรกโรงผลิตเหล้าอยู่ในการดูแลของรัฐบาลเป็นเวลานาน แต่ในคริสต์ศตวรรษที่ 10 ตามวัดและศาลเจ้าก็เริ่มหมักเหล้ากันเอง และก็กลายเป็นสถานที่หลักในการหมักสาเกเป็นระยะเวลานานถึง 500 ปี ถึงเหล้าสาเกจะเป็นเหล้าหมักแต่ก็แตกต่างจากไวน์ และไม่เหมือนกับเบียร์ เหล้าสาเกสามารถดื่มได้โดยไม่ต้องมีกับแกล้ม หรือจะดื่มกับอาหารหลากหลายชนิดก็ได้เช่นกัน ปัจจุบันนี้ สาเกเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก มีอุตสาหกรรมการผลิตสาเกกระจายอยู่หลายแห่ง ทั้งในประเทศจีน, ทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, ทวีปอเมริกาใต้, ทวีปอเมริกาเหนือ, และทวีปออสเตรเลีย และด้วยสาเหตุที่มีแหล่งผลิตสาเกอยู่มากมายทั่วโลกนี่เอง ทำให้คุณภาพของสาเกแบบดั้งเดิมลดลง สาเกที่ผลิตในประเทศญี่ปุ่นมีจำนวนลดลงเรื่องๆ ตั้งแต่กลางยุค 70 จำนวนผู้ผลิตเองก็ลดลงเช่นกัน จากที่มีอยู่ 3,229 แห่งทั่วประเทศในปี 1975 ก็ลดลงเหลือเพียง 1,845 แห่งในปี 2007 นอกจากนี้ แม้จะเป็นเหล้าสาเกชนิดเดียวกันก็สามารถเลือกดื่มได้ทั้งแบบร้อนหรือแบบเย็น ซึ่งท่านจะรู้สึกประหลาดใจในการรับรสชาติที่แตกต่างกันไปตามอุณหภูมิ…

ประวัติความเป็นมา สาโท
สาโท

ประวัติความเป็นมา สาโท เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ไม่ผ่านการกลั่น เป็นสุราแช่

ประวัติความเป็นมา สาโท  ให้ชาวบ้านได้ใช้ภูมิปัญญาที่สืบทอดมาในการประกอบอาชีพสุจริตได้

ประวัติความเป็นมา สาโท

เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ไม่ผ่านการกลั่น เป็นสุราแช่ จัดอยู่ในกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดไวน์ข้าวดงานเทศกาลเครื่องดื่มจากภูมิปัญญาชาวบ้านครั้งที่ ๓ เพื่อให้บุคคลทั่วไปรับทราบถึงข้อมูลของกฎหมายที่ใช้ในการผลิตสุราพื้นบ้าน จัดอยู่ในกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดไวน์ข้าว(Rice wine) มีรสออกหวาน หมักเช่นเดียวกับสาเก (Sake) แต่สาเกจะไม่หวาน สาโทผลิตโดยใช้ข้าวเหนียวนึ่ง นำมาล้างเมือก ข้าวออกให้หมด ปล่อยให้แห้งจากนั้นคลุกเคล้าด้วยหัวเชื้อแห้งที่เรียกว่าลูกแป้ง (Lookpang) ซึ่งหัวเชื้อมีส่วนผสมของเชื้อราและยีสต์ โดยเชื้อราทำหน้า ที่ผลิตอะไมเลสมาย่อยแป้งให้เป็นน้ำตาล

เริ่มจากอุ มีส่วนผสมดังนี้ ข้าวเหนียวขาว ๑ กิโลกรัม ลูกแป้ง ๔-๕ ลูก แกลบเท่ากับข้าวเหนียวโดยปริมาณ นำข้าวเหนียวขาวมาแช่น้ำ ๓ ชั่วโมง แล้วผสมแกลบให้ทั่ว จากนั้นนำไปนึ่งให้สุก เมื่อนึ่งเสร็จก็นำไปผึ่งให้เย็น แล้วเอาลูกแป้งมาบดละเอียด ผสมลูกแป้งกับข้าวเหนียวที่นึ่งกับแกลบ นำไปหมักไว้ ๑ คืน เมื่อหมักเสร็จแล้วบรรจุลงไห ภายในไหต้องใส่น้ำตาลที่ละลายน้ำแล้วที่ก้นไหเพียงเล็กน้อย ขั้นตอนต่อไปนำพลาสติกมาปิดปากไหแล้วนำขี้เถ้าผสมน้ำมาปิดปากไหแล้วคลุมผ้าอีกชั้นหนึ่ง หมักประมาณ ๒๐ วันในที่ร่มจึงจะนำไปดื่มได้โดยเติมน้ำลงไปในไห ทั้งนี้เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านประเภทเหล้า หรือไวน์ผลไม้พื้นบ้าน สาโท อุ หรือกะแช่ โดยเรียกรวมๆ กันว่าสุราแช่ ตามการบัญญัติของกรมสรรพสามิต เป็นสินค้าที่มีตลาดอยู่แล้ว และมีมูลค่าเพิ่มสูง รวมทั้งสามารถลดความสูญเสียของผลผลิตที่ไม่ได้มาตรฐานในการขายผลไม้สด…

BLEND 285 Signature
ประวัติเหล้า

ประวัติความเป็นมา BLEND 285 Signature เพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดของตนเอง รวมถึงรักษาความเป็นผู้นำตลาดสุราสีไว้อย่างต่อเนื่อง

ประวัติความเป็นมา BLEND 285 Signature แบรนด์สุราระดับพรีเมี่ยมที่ผสมผสานดีไซน์และรสชาติอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ประวัติความเป็นมา BLEND 285 Signature

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ประกาศศักยภาพเจ้าตลาดเครื่องดื่มในประเทศไทยแจ้งเกิด “Blend 285 Signature” อีกทางเลือกของสุราระดับพรีเมี่ยมบุกเซกเมนท์หนุ่มทำงานที่ต้องการใช้ชีวิตในแบบที่ดูดี ซึ่งเป็นสุราสีในกลุ่มสก๊อตวิสกี้ ของ “ค่ายไทยเบฟฯ” ที่ถูกส่งเข้ามาทำตลาด ต้องเดินหน้าเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดของตนเอง รวมถึงรักษาความเป็นผู้นำตลาดสุราสีไว้อย่างต่อเนื่อง หลังจากในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ได้ทำการเปลี่ยนโฉม Packaging ใหม่

Blend 285 Signature คือ แบรนด์สุราระดับพรีเมี่ยมที่ผสมผสานดีไซน์และรสชาติอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เก็บบ่มน้ำสุราในถัง White Oak จากป่า White Oak ทางตะวันออกของสหรัฐอเมริกา โดยใช้กลยุทธ์สำคัญการตลาดเชิงประสบการณ์ (Experiential Marketing) ที่มุ่งเน้นให้ผู้บริโภคได้รับประสบการณ์ที่ดีร่วมกับแบรนด์ในแง่มุมต่างๆ เพื่อให้เกิดความรู้สึกและการจดจำที่ดีต่อแบรนด์ ผ่านการเข้าร่วมเป็น Partner งานอีเวนต์สำคัญระดับประเทศ นอกเหนือจากความได้เปรียบคู่แข่ง ทั้งด้านราคาที่สามารถจำหน่ายได้ในราคาที่ต่ำกว่า 300 บาท เนื่องจากมีฐานการผลิตภายในประเทศไทย เพื่อให้ได้กลิ่นหอมละมุน, รสชาตินุ่มลิ้นอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ Blend 285 Signature พร้อมดีไซน์ที่หรูหราของฉลากและบรรจุภัณฑ์ สร้างความเหนือระดับใน ทุกมุมมองเหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ชอบสังสรรค์อย่างมีสไตล์ สร้างภาพลักษณ์ที่ดูดีโดดเด่น และเสน่ห์เฉพาะตัวตลอดช่วงเวลาแห่งความสุขที่ลงตัว (Your own signature)ด้วยการพัฒนารสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวและโดนใจผู้บริโภคด้วยสัมผัสแรกจากการดื่ม Blend 285 Signature คือกลิ่นดินพีท (Peaty) ตามด้วยกลิ่นหวานหอมของผลไม้(Fruity)และลูกพรุน After taste ที่สัมผัสได้ชัดเจนในกระพุ้งแก้ม ด้วยเนื้อของสุราที่ แน่นและอวบอิ่มในแบบฉบับของ Blend 285 Signature…

ความเป็นมาของ แสงโสม
ประวัติเหล้า

ความเป็นมาของ แสงโสม โดยแอลกอฮอล์มีฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง ผู้ที่กินเหล้าในปริมาณไม่มาก จะรู้สึกผ่อนคลาย

ความเป็นมาของ แสงโสม  ปรุงแต่งรสด้วยหัวเชื้อพิเศษที่ปรุงขึ้นจากส่วนผสมของเครื่องเทศ และสมุนไพรนับร้อยชนิด

ความเป็นมาของ แสงโสม

แสงโสม เป็นสุราในประเทศไทย แสงโสมเกิดจากกระบวนการหมัก กลั่น และเก็บบ่มแอลกอฮอล์ในถังไม้โอ๊คนาน 3 ปี, 5 ปี และ 10 ปี

แล้วปรุงแต่งรสด้วยหัวเชื้อพิเศษที่ปรุงขึ้นจากส่วนผสมของเครื่องเทศ และสมุนไพรนับร้อยชนิด เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ โดยแอลกอฮอล์มีฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง ผู้ที่กินเหล้าในปริมาณไม่มาก จะรู้สึกผ่อนคลาย เนื่องจากแอลกอฮอล์ไปกดจิตใต้สำนึกที่คอยควบคุมตนเอง ทำให้กล้าแสดงออกมากขึ้น แต่เมื่อกินมากขึ้นก็จะกดสมองบริเวณอื่นๆ ทำให้เสียการทรงตัว พูดไม่ชัด จนแม้กระทั่งหมดสติ และขี้เรื้อนต่อๆไป ได้อีก ได้รับรางวัลเหรียญทองจากการประกวดสุรา ณ กรุงมาดริด ประเทศสเปน ในปี พ.ศ. 2525 และ 2526 และชนะรางวัลการประกวด สุราณ เมืองดุซเซลดอร์ฟ ประเทศเยอรมนี ในปี พ.ศ. 2526 จึงเป็นที่รู้จัก และเรียกขานในหมู่นักดื่มทั้งชาวไทย และชาวต่าง ประเทศว่า “แสงโสมเหรียญทอง” มาจนปัจจุบัน

สุราสี ได้จากการกลั่นส่าจากน้ำอ้อย น้ำตาลอ้อย หรือกากน้ำตาลอ้อย กลั่นให้น้ำสุรามีแรงแอลกอฮอล์ระหว่าง 60-95 ดีกรีแล้วปรับปรุงน้ำสุราที่กลั่นได้ด้วยน้ำบริสุทธิ์ เพื่อให้มีแรงแอลกอฮอล์ที่เหมาะสมก่อนที่จะนำเข้าเก็บบ่มในถังไม้ที่เผาภายในแล้ว โดยมีระยะเวลาในการบ่มไม่น้อยกว่า 1 ปี แล้วจึงปรุงแต่งสี, กลิ่น,รส ตามต้องการ แล้วบรรจุภาชนะออกจำหน่าย ต้นตำรับสูตรปรุงแม่โขงนั้น “ประเสริฐ เทพหัสดิน ณ อยุธยา” เป็นผู้คิดขึ้นมาคนแรก โดยสมัยหนึ่งเคยมีกรณีพิพาทเรื่องสูตรสุรา แม่โขง ว่าเป็นของ “ตาเสริฐ” หรือ ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม กันแน่ แต่บทสรุปแล้วคือเป็นสูตรของ “ตาเสริฐ” ผู้นี้นี่เอง ที่คิดสูตรสุราที่เวลากินแล้วจะตาแฉะ แถมร้อนใน ฮ่าๆ ซึ่งน่าจะมีใครเคยโดนกันมาบ้างไม่มากก็น้อย จากนั้นจึงเกิดฮีโร่คนใหม่นาม “จุล กาญจนลักษณ์”…

เครื่องดื่ม โซจู
ความเป็นมาโซจู

เครื่องดื่ม โซจู เป็นเครื่องดื่มที่มีสีขาวบริสุทธิ์และไม่มีสีซึ่งมีต้นกำเนิดจากเกาหลี

เครื่องดื่ม โซจู  เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์คล้ายวอดก้า มีรสชาติขมออกหวาน

เครื่องดื่ม โซจู

หลังจากปี 2000 เป็นต้นมา ได้มีการคลื่นวัฒนธรรมเกาหลีใต้ที่มีชื่อเรียกกันว่า Korean Wave ก็เผยแพร่ออกไปยังสถานที่ต่างๆ ทั่วทุกมุมโลก และยิ่งโหมกระหน่ำมากขึ้น เมื่อเกาหลีใต้ขึ้นเวที ‘เดบิวต์’ กับชาวโลก ในฐานะเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกร่วมกับประเทศญี่ปุ่น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ได้มีผู้คนมักจดจำเกาหลีใต้เป็นประเทศด้อยพัฒนาเพราะสงครามและความยากจน ในการเปิดตัวดังกล่าวได้เปลี่ยนภาพลักษณ์ของประเทศ จึงได้กลายเป็นผู้นำทางวัฒนธรรมอย่างที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธได้

โซจูเป็นเหล้าไม่มีสี และไม่มีกลิ่น เดิมผลิตจากข้าวหมัก แต่ปัจจุบันใช้มันฝรั่งหรือมันเทศเป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งถ้าเทียบกับเครื่องดื่มในบ้านเราก็คือเหล้าขาวดีๆนี้เอง คนเกลาหลีใต้นิยมชอบดื่มโซจูกันเป็นอย่างมาก โดยมีสถิติรายงานว่า ชาวเกลหลีที่ดื่มแอลกอฮอล คิดเป็นค่าเฉลี่ย 13.7 ต่อสัปดาห์ ซึ่งเป็นชนชาติที่ดื่มหนักที่สุดในโลก นอกจากนี้แล้ว ความที่น่าประหลาดใจอีกสิ่งหนึ่งสำหรับประเทศที่ยึดมั่นในหลักศาสนาและมีกฎหมายควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้อย่างเคร่งครัด และหลังจากวัฒนธรรมเกาหลีได้มีการเผยแพร่ไปไพศาล คงยากที่จะปิดกั้นโลกไม่ให้รู้จักกับเครื่องดื่มสีขาวไร้กลิ่นอย่างโซจู ฤทธิ์ของมันอาจจะช่วยให้ผู้คนจำวันคืนสุขได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น หรือไม่ก็ช่วยคนให้ลืมความทุกข์ความเศร้าโศกเพียงแค่เทมันลงคอได้เท่านั้น…

U BEER
ความเป็นมา U BEER

U BEER ถือเป็นปรากฏการณ์ทางการตลาดที่พบเห็นไม่บ่อยนัก ทั้งในส่วนของตัวสินค้า

U BEER ความสำเร็จในยุคที่เศรษฐกิจกำลังตกต่ำค้าขายไม่ค่อยได้ จึงถือเป็นเรื่องมหัศจรรย์มากๆ 

U BEER

นับตั้งแต่ BrandBuffet ได้รายงานเกี่ยวกับ สิงห์ซุ่มเงียบทำเบียร์แบรนด์ใหม่ชื่อว่า U Beer จนกลายเป็น Talk of the town ทั่วประเทศ

ล่าสุดทีมผู้ปลุกปั้นแบรนด์ยูเบียร์ ถือเป็นปรากฏการณ์ทางการตลาดที่พบเห็นไม่บ่อยนัก ทั้งในส่วนของตัวสินค้า และแผนการตลาดที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ความสำเร็จของ U BEER ในยุคที่เศรษฐกิจกำลังตกต่ำค้าขายไม่ค่อยได้ จึงถือเป็นเรื่องมหัศจรรย์มากๆ เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้มี คุณฉัตรชัย วิรัตน์โยสินทร์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เป็นหัวเรือใหญ่ และมีทีมการตลาดรุ่นใหม่อีก 4-5 คน เป็นกำลังเสริม  กลายเป็นฉีกกฎเกณฑ์ทั้งหมด” แต่ล่าสุด ก็ได้ปล่อยสินค้าใหม่ ยูเบียร์ ยูแคน (U BEER U CAN) หรือแบบกระป๋อง 490 มิลลิลิตร เพื่อจำหน่ายเฉพาะเซเว่นอีเลฟเว่น (เอ็กซ์คลูซีฟ) จำนวน 7,600 สาขา สนองเสียงเรียกร้องจากตลาดมีมาก…

Remy Martin
ประวัติเหล้า

ประวัติความเป็นมาของ Remy Martin เครื่องดื่มที่มีชื่อเสียงที่สุดของฝรั่งเศสและโลก

ประวัติความเป็นมาของ Remy Martin  ผู้ที่ชื่นชอบแอลกอฮอล์ชั้นยอดมองว่าเป็นรูปแบบของรสชาติที่หลากหลายและมีกลิ่นหอม

ประวัติความเป็นมาของ Remy Martin

เมื่อในปี 1942 ทางแบรนด์ก็ได้ตัดสินใจเปลี่ยนจากประเภท VS เป็น VSOP

ซึ่งได้แตกต่างจากข้อบ่งชี้ครั้งแรกบนฉลากของแหล่งกำเนิดทางภูมิศาสตร์ของการเครื่องดื่ม พื้นฐานของมันคือองุ่นที่ดีที่สุดจากภูมิภาค Gran และ Petit Champagne คอนญัก “Remy Martin” VSOP (บทวิจารณ์ที่ดีมาก) เกือบจะทันทีที่ได้รับตำแหน่งผู้นำในตลาดหลังจากที่ได้รับคำชมจากซอมเมลิเย่ร์ที่มีชื่อเสียง ปีนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินขบวนชัยชนะไปทั่วโลก กว่า 70 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่นั้นมา แต่ตำแหน่งของคอนยัคยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

ทุกวันนี้บ้านคอนญัก “Remy Martin” ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่สองของโลกรองจาก “Hennessey” อย่างไรก็ตามมันไม่ได้แย่ไปกว่ายุคหลังทั้งในด้านรสชาติและความนิยม เครื่องดื่มของชนชั้นสูงทุกหยดถูกสร้างขึ้นตามเทคโนโลยีเก่า ๆ ที่เป็นสูตรและสัดส่วนที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงเป็นเวลาสองร้อยปีแล้ว แฟน คลับ ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในตำนานที่ได้ลิ้มลองผลงานศิลปะของคอนญักที่แท้จริงสร้างขึ้นด้วยความร้อนแรงและความหลงใหลที่สร้างสรรค์ขึ้น ความลับที่ได้รับของความสำเร็จของ Remy Martin นั้นง่าย – การขัดขืนไม่ได้ของประเพณีอุทิศให้กับธุรกิจของครอบครัวและความปรารถนาอันยิ่งใหญ่เพื่อความเป็นเลิศ

คอนญัก “Remy Martin” – เครื่องดื่มที่มีสีเหลืองอำพันเป็นประกายอิฐไม่มีสิ่งสกปรกใส มันถูกก็เรียกขึ้นว่าแอลกอฮอล์ที่แข็งแกร่งสวยงามอย่างหมดจด ขุนนาง, สว่าง, แห้ง ในเวลาเดียวกันรสชาติที่เข้มข้นของคอนยัคด้วยเสียงที่แปลกใหม่และค้างอยู่นานได้รับรางวัลแฟนคลับ นับล้านในทุกส่วนของโลก พิจารณาแบรนด์ที่มีชื่อเสียงที่สุด Remy Martin ซึ่งแต่ละอันมีรสชาติที่พิเศษและเป็นธรรมชาติของเธอเท่านั้น…