ความเป็นมา ของสาเก
เหล้าสาเก

ความเป็นมา ของสาเก ชาวญี่ปุ่นรับเอาวิธีการหมักสุราด้วยข้าวมอลต์จากประเทศจีนเมื่อหลายพันปีมาแล้ว

ความเป็นมา ของสาเก  เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ได้รับความนิยมมาก

ความเป็นมา ของสาเก

Sake หมายถึง น้ำเมาที่กลั่นหรือหมักแล้ว หรือ สุรา, เหล้า นั่นเอง คำว่า สาเก เป็นการอ่านด้วยเสียงญี่ปุ่น

ถ้าออกเสียงแบบจีนจะอ่านว่า Shu ส่วนคำว่า Nihon หมายถึง ประเทศญี่ปุ่น “นิฮงชุ” จึงหมายถึงสุราที่ผลิตใจประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง ซึ่งชาวไทยส่วนใหญ่จะรู้จักกันในนาม “สาเก” สาเกเป็นเครื่องดื่มประจำชาติของชาวญี่ปุ่นมานานหลายศตวรรษ ไม่ทราบแน่ชัดว่ามีต้นกำเนิดจากไหน หรือเมื่อไร แต่สันนิษฐานว่าชาวญี่ปุ่นรับเอาวิธีการหมักสุราด้วยข้าวมอลต์จากประเทศจีนเมื่อหลายพันปีมาแล้ว เหล้าสาเกมีความพิเศษเหมือนกับไวน์ที่นำมาเสิร์ฟพร้อมอาหารและช่วยเพิ่มรสชาติอาหารในยุคอาสึกะ Asuka jidai / ค.ศ.592 – 710 สาเกที่หมักจากข้าว, น้ำ และมอลต์เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ได้รับความนิยมมาก ในสมัยเฮอัน Heian jidai / ค.ศ.794-1185 สาเกเริ่มถูกใช้ประกอบในพิธีทางศาสนา และผู้คนก็เริ่มดื่มสาเกกันบ่อยขึ้น ในช่วงแรกโรงผลิตเหล้าอยู่ในการดูแลของรัฐบาลเป็นเวลานาน แต่ในคริสต์ศตวรรษที่ 10 ตามวัดและศาลเจ้าก็เริ่มหมักเหล้ากันเอง และก็กลายเป็นสถานที่หลักในการหมักสาเกเป็นระยะเวลานานถึง 500 ปี ถึงเหล้าสาเกจะเป็นเหล้าหมักแต่ก็แตกต่างจากไวน์ และไม่เหมือนกับเบียร์ เหล้าสาเกสามารถดื่มได้โดยไม่ต้องมีกับแกล้ม หรือจะดื่มกับอาหารหลากหลายชนิดก็ได้เช่นกัน ปัจจุบันนี้ สาเกเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก มีอุตสาหกรรมการผลิตสาเกกระจายอยู่หลายแห่ง ทั้งในประเทศจีน, ทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, ทวีปอเมริกาใต้, ทวีปอเมริกาเหนือ, และทวีปออสเตรเลีย และด้วยสาเหตุที่มีแหล่งผลิตสาเกอยู่มากมายทั่วโลกนี่เอง ทำให้คุณภาพของสาเกแบบดั้งเดิมลดลง สาเกที่ผลิตในประเทศญี่ปุ่นมีจำนวนลดลงเรื่องๆ ตั้งแต่กลางยุค 70 จำนวนผู้ผลิตเองก็ลดลงเช่นกัน จากที่มีอยู่ 3,229 แห่งทั่วประเทศในปี 1975 ก็ลดลงเหลือเพียง 1,845 แห่งในปี 2007 นอกจากนี้ แม้จะเป็นเหล้าสาเกชนิดเดียวกันก็สามารถเลือกดื่มได้ทั้งแบบร้อนหรือแบบเย็น ซึ่งท่านจะรู้สึกประหลาดใจในการรับรสชาติที่แตกต่างกันไปตามอุณหภูมิ

ประวัติความเป็นมา สาโท
สาโท

ประวัติความเป็นมา สาโท เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ไม่ผ่านการกลั่น เป็นสุราแช่

ประวัติความเป็นมา สาโท  ให้ชาวบ้านได้ใช้ภูมิปัญญาที่สืบทอดมาในการประกอบอาชีพสุจริตได้

ประวัติความเป็นมา สาโท

เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ไม่ผ่านการกลั่น เป็นสุราแช่ จัดอยู่ในกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดไวน์ข้าวดงานเทศกาลเครื่องดื่มจากภูมิปัญญาชาวบ้านครั้งที่ ๓ เพื่อให้บุคคลทั่วไปรับทราบถึงข้อมูลของกฎหมายที่ใช้ในการผลิตสุราพื้นบ้าน จัดอยู่ในกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดไวน์ข้าว(Rice wine) มีรสออกหวาน หมักเช่นเดียวกับสาเก (Sake) แต่สาเกจะไม่หวาน สาโทผลิตโดยใช้ข้าวเหนียวนึ่ง นำมาล้างเมือก ข้าวออกให้หมด ปล่อยให้แห้งจากนั้นคลุกเคล้าด้วยหัวเชื้อแห้งที่เรียกว่าลูกแป้ง (Lookpang) ซึ่งหัวเชื้อมีส่วนผสมของเชื้อราและยีสต์ โดยเชื้อราทำหน้า ที่ผลิตอะไมเลสมาย่อยแป้งให้เป็นน้ำตาล

เริ่มจากอุ มีส่วนผสมดังนี้ ข้าวเหนียวขาว ๑ กิโลกรัม ลูกแป้ง ๔-๕ ลูก แกลบเท่ากับข้าวเหนียวโดยปริมาณ นำข้าวเหนียวขาวมาแช่น้ำ ๓ ชั่วโมง แล้วผสมแกลบให้ทั่ว จากนั้นนำไปนึ่งให้สุก เมื่อนึ่งเสร็จก็นำไปผึ่งให้เย็น แล้วเอาลูกแป้งมาบดละเอียด ผสมลูกแป้งกับข้าวเหนียวที่นึ่งกับแกลบ นำไปหมักไว้ ๑ คืน เมื่อหมักเสร็จแล้วบรรจุลงไห ภายในไหต้องใส่น้ำตาลที่ละลายน้ำแล้วที่ก้นไหเพียงเล็กน้อย ขั้นตอนต่อไปนำพลาสติกมาปิดปากไหแล้วนำขี้เถ้าผสมน้ำมาปิดปากไหแล้วคลุมผ้าอีกชั้นหนึ่ง หมักประมาณ ๒๐ วันในที่ร่มจึงจะนำไปดื่มได้โดยเติมน้ำลงไปในไห ทั้งนี้เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านประเภทเหล้า หรือไวน์ผลไม้พื้นบ้าน สาโท อุ หรือกะแช่ โดยเรียกรวมๆ กันว่าสุราแช่ ตามการบัญญัติของกรมสรรพสามิต เป็นสินค้าที่มีตลาดอยู่แล้ว และมีมูลค่าเพิ่มสูง รวมทั้งสามารถลดความสูญเสียของผลผลิตที่ไม่ได้มาตรฐานในการขายผลไม้สด

BLEND 285 Signature
ประวัติเหล้า

ประวัติความเป็นมา BLEND 285 Signature เพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดของตนเอง รวมถึงรักษาความเป็นผู้นำตลาดสุราสีไว้อย่างต่อเนื่อง

ประวัติความเป็นมา BLEND 285 Signature แบรนด์สุราระดับพรีเมี่ยมที่ผสมผสานดีไซน์และรสชาติอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ประวัติความเป็นมา BLEND 285 Signature

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ประกาศศักยภาพเจ้าตลาดเครื่องดื่มในประเทศไทยแจ้งเกิด “Blend 285 Signature” อีกทางเลือกของสุราระดับพรีเมี่ยมบุกเซกเมนท์หนุ่มทำงานที่ต้องการใช้ชีวิตในแบบที่ดูดี ซึ่งเป็นสุราสีในกลุ่มสก๊อตวิสกี้ ของ “ค่ายไทยเบฟฯ” ที่ถูกส่งเข้ามาทำตลาด ต้องเดินหน้าเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดของตนเอง รวมถึงรักษาความเป็นผู้นำตลาดสุราสีไว้อย่างต่อเนื่อง หลังจากในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ได้ทำการเปลี่ยนโฉม Packaging ใหม่

Blend 285 Signature คือ แบรนด์สุราระดับพรีเมี่ยมที่ผสมผสานดีไซน์และรสชาติอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เก็บบ่มน้ำสุราในถัง White Oak จากป่า White Oak ทางตะวันออกของสหรัฐอเมริกา โดยใช้กลยุทธ์สำคัญการตลาดเชิงประสบการณ์ (Experiential Marketing) ที่มุ่งเน้นให้ผู้บริโภคได้รับประสบการณ์ที่ดีร่วมกับแบรนด์ในแง่มุมต่างๆ เพื่อให้เกิดความรู้สึกและการจดจำที่ดีต่อแบรนด์ ผ่านการเข้าร่วมเป็น Partner งานอีเวนต์สำคัญระดับประเทศ นอกเหนือจากความได้เปรียบคู่แข่ง ทั้งด้านราคาที่สามารถจำหน่ายได้ในราคาที่ต่ำกว่า 300 บาท เนื่องจากมีฐานการผลิตภายในประเทศไทย เพื่อให้ได้กลิ่นหอมละมุน, รสชาตินุ่มลิ้นอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ Blend 285 Signature พร้อมดีไซน์ที่หรูหราของฉลากและบรรจุภัณฑ์ สร้างความเหนือระดับใน ทุกมุมมองเหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ชอบสังสรรค์อย่างมีสไตล์ สร้างภาพลักษณ์ที่ดูดีโดดเด่น และเสน่ห์เฉพาะตัวตลอดช่วงเวลาแห่งความสุขที่ลงตัว (Your own signature)ด้วยการพัฒนารสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวและโดนใจผู้บริโภคด้วยสัมผัสแรกจากการดื่ม Blend 285 Signature คือกลิ่นดินพีท (Peaty) ตามด้วยกลิ่นหวานหอมของผลไม้(Fruity)และลูกพรุน After taste ที่สัมผัสได้ชัดเจนในกระพุ้งแก้ม ด้วยเนื้อของสุราที่ แน่นและอวบอิ่มในแบบฉบับของ Blend 285 Signature

ความเป็นมาของ แสงโสม
ประวัติเหล้า

ความเป็นมาของ แสงโสม โดยแอลกอฮอล์มีฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง ผู้ที่กินเหล้าในปริมาณไม่มาก จะรู้สึกผ่อนคลาย

ความเป็นมาของ แสงโสม  ปรุงแต่งรสด้วยหัวเชื้อพิเศษที่ปรุงขึ้นจากส่วนผสมของเครื่องเทศ และสมุนไพรนับร้อยชนิด

ความเป็นมาของ แสงโสม

แสงโสม เป็นสุราในประเทศไทย แสงโสมเกิดจากกระบวนการหมัก กลั่น และเก็บบ่มแอลกอฮอล์ในถังไม้โอ๊คนาน 3 ปี, 5 ปี และ 10 ปี

แล้วปรุงแต่งรสด้วยหัวเชื้อพิเศษที่ปรุงขึ้นจากส่วนผสมของเครื่องเทศ และสมุนไพรนับร้อยชนิด เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ โดยแอลกอฮอล์มีฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง ผู้ที่กินเหล้าในปริมาณไม่มาก จะรู้สึกผ่อนคลาย เนื่องจากแอลกอฮอล์ไปกดจิตใต้สำนึกที่คอยควบคุมตนเอง ทำให้กล้าแสดงออกมากขึ้น แต่เมื่อกินมากขึ้นก็จะกดสมองบริเวณอื่นๆ ทำให้เสียการทรงตัว พูดไม่ชัด จนแม้กระทั่งหมดสติ และขี้เรื้อนต่อๆไป ได้อีก ได้รับรางวัลเหรียญทองจากการประกวดสุรา ณ กรุงมาดริด ประเทศสเปน ในปี พ.ศ. 2525 และ 2526 และชนะรางวัลการประกวด สุราณ เมืองดุซเซลดอร์ฟ ประเทศเยอรมนี ในปี พ.ศ. 2526 จึงเป็นที่รู้จัก และเรียกขานในหมู่นักดื่มทั้งชาวไทย และชาวต่าง ประเทศว่า “แสงโสมเหรียญทอง” มาจนปัจจุบัน

สุราสี ได้จากการกลั่นส่าจากน้ำอ้อย น้ำตาลอ้อย หรือกากน้ำตาลอ้อย กลั่นให้น้ำสุรามีแรงแอลกอฮอล์ระหว่าง 60-95 ดีกรีแล้วปรับปรุงน้ำสุราที่กลั่นได้ด้วยน้ำบริสุทธิ์ เพื่อให้มีแรงแอลกอฮอล์ที่เหมาะสมก่อนที่จะนำเข้าเก็บบ่มในถังไม้ที่เผาภายในแล้ว โดยมีระยะเวลาในการบ่มไม่น้อยกว่า 1 ปี แล้วจึงปรุงแต่งสี, กลิ่น,รส ตามต้องการ แล้วบรรจุภาชนะออกจำหน่าย ต้นตำรับสูตรปรุงแม่โขงนั้น “ประเสริฐ เทพหัสดิน ณ อยุธยา” เป็นผู้คิดขึ้นมาคนแรก โดยสมัยหนึ่งเคยมีกรณีพิพาทเรื่องสูตรสุรา แม่โขง ว่าเป็นของ “ตาเสริฐ” หรือ ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม กันแน่ แต่บทสรุปแล้วคือเป็นสูตรของ “ตาเสริฐ” ผู้นี้นี่เอง ที่คิดสูตรสุราที่เวลากินแล้วจะตาแฉะ แถมร้อนใน ฮ่าๆ ซึ่งน่าจะมีใครเคยโดนกันมาบ้างไม่มากก็น้อย จากนั้นจึงเกิดฮีโร่คนใหม่นาม “จุล กาญจนลักษณ์”

เครื่องดื่ม โซจู
ความเป็นมาโซจู

เครื่องดื่ม โซจู เป็นเครื่องดื่มที่มีสีขาวบริสุทธิ์และไม่มีสีซึ่งมีต้นกำเนิดจากเกาหลี

เครื่องดื่ม โซจู  เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์คล้ายวอดก้า มีรสชาติขมออกหวาน

เครื่องดื่ม โซจู

หลังจากปี 2000 เป็นต้นมา ได้มีการคลื่นวัฒนธรรมเกาหลีใต้ที่มีชื่อเรียกกันว่า Korean Wave ก็เผยแพร่ออกไปยังสถานที่ต่างๆ ทั่วทุกมุมโลก และยิ่งโหมกระหน่ำมากขึ้น เมื่อเกาหลีใต้ขึ้นเวที ‘เดบิวต์’ กับชาวโลก ในฐานะเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกร่วมกับประเทศญี่ปุ่น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ได้มีผู้คนมักจดจำเกาหลีใต้เป็นประเทศด้อยพัฒนาเพราะสงครามและความยากจน ในการเปิดตัวดังกล่าวได้เปลี่ยนภาพลักษณ์ของประเทศ จึงได้กลายเป็นผู้นำทางวัฒนธรรมอย่างที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธได้

โซจูเป็นเหล้าไม่มีสี และไม่มีกลิ่น เดิมผลิตจากข้าวหมัก แต่ปัจจุบันใช้มันฝรั่งหรือมันเทศเป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งถ้าเทียบกับเครื่องดื่มในบ้านเราก็คือเหล้าขาวดีๆนี้เอง คนเกลาหลีใต้นิยมชอบดื่มโซจูกันเป็นอย่างมาก โดยมีสถิติรายงานว่า ชาวเกลหลีที่ดื่มแอลกอฮอล คิดเป็นค่าเฉลี่ย 13.7 ต่อสัปดาห์ ซึ่งเป็นชนชาติที่ดื่มหนักที่สุดในโลก นอกจากนี้แล้ว ความที่น่าประหลาดใจอีกสิ่งหนึ่งสำหรับประเทศที่ยึดมั่นในหลักศาสนาและมีกฎหมายควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้อย่างเคร่งครัด และหลังจากวัฒนธรรมเกาหลีได้มีการเผยแพร่ไปไพศาล คงยากที่จะปิดกั้นโลกไม่ให้รู้จักกับเครื่องดื่มสีขาวไร้กลิ่นอย่างโซจู ฤทธิ์ของมันอาจจะช่วยให้ผู้คนจำวันคืนสุขได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น หรือไม่ก็ช่วยคนให้ลืมความทุกข์ความเศร้าโศกเพียงแค่เทมันลงคอได้เท่านั้น

U BEER
ความเป็นมา U BEER

U BEER ถือเป็นปรากฏการณ์ทางการตลาดที่พบเห็นไม่บ่อยนัก ทั้งในส่วนของตัวสินค้า

U BEER ความสำเร็จในยุคที่เศรษฐกิจกำลังตกต่ำค้าขายไม่ค่อยได้ จึงถือเป็นเรื่องมหัศจรรย์มากๆ 

U BEER

นับตั้งแต่ BrandBuffet ได้รายงานเกี่ยวกับ สิงห์ซุ่มเงียบทำเบียร์แบรนด์ใหม่ชื่อว่า U Beer จนกลายเป็น Talk of the town ทั่วประเทศ

ล่าสุดทีมผู้ปลุกปั้นแบรนด์ยูเบียร์ ถือเป็นปรากฏการณ์ทางการตลาดที่พบเห็นไม่บ่อยนัก ทั้งในส่วนของตัวสินค้า และแผนการตลาดที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ความสำเร็จของ U BEER ในยุคที่เศรษฐกิจกำลังตกต่ำค้าขายไม่ค่อยได้ จึงถือเป็นเรื่องมหัศจรรย์มากๆ เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้มี คุณฉัตรชัย วิรัตน์โยสินทร์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เป็นหัวเรือใหญ่ และมีทีมการตลาดรุ่นใหม่อีก 4-5 คน เป็นกำลังเสริม  กลายเป็นฉีกกฎเกณฑ์ทั้งหมด” แต่ล่าสุด ก็ได้ปล่อยสินค้าใหม่ ยูเบียร์ ยูแคน (U BEER U CAN) หรือแบบกระป๋อง 490 มิลลิลิตร เพื่อจำหน่ายเฉพาะเซเว่นอีเลฟเว่น (เอ็กซ์คลูซีฟ) จำนวน 7,600 สาขา สนองเสียงเรียกร้องจากตลาดมีมาก

Remy Martin
ประวัติเหล้า

ประวัติความเป็นมาของ Remy Martin เครื่องดื่มที่มีชื่อเสียงที่สุดของฝรั่งเศสและโลก

ประวัติความเป็นมาของ Remy Martin  ผู้ที่ชื่นชอบแอลกอฮอล์ชั้นยอดมองว่าเป็นรูปแบบของรสชาติที่หลากหลายและมีกลิ่นหอม

ประวัติความเป็นมาของ Remy Martin

เมื่อในปี 1942 ทางแบรนด์ก็ได้ตัดสินใจเปลี่ยนจากประเภท VS เป็น VSOP

ซึ่งได้แตกต่างจากข้อบ่งชี้ครั้งแรกบนฉลากของแหล่งกำเนิดทางภูมิศาสตร์ของการเครื่องดื่ม พื้นฐานของมันคือองุ่นที่ดีที่สุดจากภูมิภาค Gran และ Petit Champagne คอนญัก “Remy Martin” VSOP (บทวิจารณ์ที่ดีมาก) เกือบจะทันทีที่ได้รับตำแหน่งผู้นำในตลาดหลังจากที่ได้รับคำชมจากซอมเมลิเย่ร์ที่มีชื่อเสียง ปีนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินขบวนชัยชนะไปทั่วโลก กว่า 70 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่นั้นมา แต่ตำแหน่งของคอนยัคยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

ทุกวันนี้บ้านคอนญัก “Remy Martin” ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่สองของโลกรองจาก “Hennessey” อย่างไรก็ตามมันไม่ได้แย่ไปกว่ายุคหลังทั้งในด้านรสชาติและความนิยม เครื่องดื่มของชนชั้นสูงทุกหยดถูกสร้างขึ้นตามเทคโนโลยีเก่า ๆ ที่เป็นสูตรและสัดส่วนที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงเป็นเวลาสองร้อยปีแล้ว แฟน คลับ ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในตำนานที่ได้ลิ้มลองผลงานศิลปะของคอนญักที่แท้จริงสร้างขึ้นด้วยความร้อนแรงและความหลงใหลที่สร้างสรรค์ขึ้น ความลับที่ได้รับของความสำเร็จของ Remy Martin นั้นง่าย – การขัดขืนไม่ได้ของประเพณีอุทิศให้กับธุรกิจของครอบครัวและความปรารถนาอันยิ่งใหญ่เพื่อความเป็นเลิศ

คอนญัก “Remy Martin” – เครื่องดื่มที่มีสีเหลืองอำพันเป็นประกายอิฐไม่มีสิ่งสกปรกใส มันถูกก็เรียกขึ้นว่าแอลกอฮอล์ที่แข็งแกร่งสวยงามอย่างหมดจด ขุนนาง, สว่าง, แห้ง ในเวลาเดียวกันรสชาติที่เข้มข้นของคอนยัคด้วยเสียงที่แปลกใหม่และค้างอยู่นานได้รับรางวัลแฟนคลับ นับล้านในทุกส่วนของโลก พิจารณาแบรนด์ที่มีชื่อเสียงที่สุด Remy Martin ซึ่งแต่ละอันมีรสชาติที่พิเศษและเป็นธรรมชาติของเธอเท่านั้น

จุดเริ่มต้นของนักดื่ม VODKA ที่ต้องควรรู้
ประวัติVODKA

จุดเริ่มต้นของนักดื่ม VODKA ที่ต้องควรรู้ ว่าได้รับความนิยมไปทั่วโลกนั้น คงเป็นเพราะว่าไม่มีกลิ่นฉุนเหมือน

จุดเริ่มต้นของนักดื่ม VODKA ที่ต้องควรรู้ ทำให้สามารถผสมกับผลไม้ต่างๆได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นดื่มกับมะนาวฝานจิ้มเกลือ

จุดเริ่มต้นของนักดื่ม VODKA ที่ต้องควรรู้

‘VODKA’เป็นเครื่องดื่มที่มาจากแดนหมีขาว เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ขาดไม่ได้ในปาร์ตี้ วันนี้เรามี 8 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับเจ้าVodka มาแนะนำกัน
เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำพวก Vodka นั้นเริ่มดื่มกันในประเทศกลุ่มสแกนดิเวีย(พวกรัสเซีย ยูเครน แถบยุโรปตะวันออกนั่นเอง) โดยที่พวกเค้าจะนำVodkaไปแช่ธามกลางหิมะให้มีเกล็ดน้ำแข็งขึ้นรอบแก้ว การดื่มVodkaที่มีปริมาณแอลกอฮอล์สูงจะทำให้ร่างกายนั้นรู้สึกอบอุ่นขึ้น สิ่งที่ทำให้เจ้าVodkaได้รับความนิยมไปทั่วโลกนั้น คงเป็นเพราะการที่ตัว Vodka ไม่มีกลิ่นฉุนเหมือน Whiskey หรือพวก Gin ต่างๆ ทำให้สามารถผสมกับผลไม้ต่างๆได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นดื่มกับมะนาวฝานจิ้มเกลือ หรือแม้แต่ผสมเป็น Cocktails ชื่อดังต่างๆมากมาย

เรามาดูกันแบบเจาะลึกกันดีกว่าครับ ว่าสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ Vodka กันเถอะ

1. ส่วนผสมหลักที่ลงตัว
Wheat เป็นส่วนผสมหลักที่สำคัญมากที่สุด ยิ่งWheatที่ะชมีคุณภาพมากเท่าไร Vodka ยิ่งมีคุณภาพมากขึ้นเท่านั้น แล้ว Wheat แบบไหนล่ะที่มีคุณภาพ? คำตอบก็คือ Wheatที่มีอัตราส่วนของแป้งและโปรตีนอยู่ในระดับที่สมดุลกัน ซึ่งWheat ดังกล่าวนี้ จะต้องไม่มีการใช้ยาฆ่าแมลงต่างๆอันเป็นการรบกวนการให้ผลผลิตที่เพอร์เฟคของWheat ด้วยสภาพอากาศที่หนาว แมลงและสิ่งมีชีวิตต่างๆไม่อาจทำอะไรเหล่าพืชได้ การใช้สารเคมีต่างๆก็แทบจะไม่มี ยิ่งโรงงานVodka มีไร่ปลูก Wheat เป็นของตัวเองอีกแล้วละก็ กระบวนการควบคุมก็จะแม่นยำขึ้นไปอีก

2. ส่วนผสมย่อยที่เข้าท่า
‘น้ำ’ คือในสิ่งที่สำคัญมากที่สุดในประบวนการผลิต ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่การให้น้ำพืชที่ใช้ในการกลั่น ไปจนถึงการบด แต่กระบวนการที่สำคัญมากที่สุดที่มีน้ำเกียวข้อง คือ กระบวนการทำให้เจือจาง(Dilution) นั่นเองครับ การผลิต Vodka จะต้องใช้น้ำที่บริสุทธิ์ เพื่อที่จะให้ได้แอลกอฮอล์ต่อปริมาตรที่เปี่ยมไปได้คุณภาพที่ดีมากที่สุด เพราะฉะนั้นการคำนึงถึงน้ำเหล่านี้ต้องมีการพิจารณาถึงปัจจัยเหลานี้อีกด้วย

โชคดีที่โรงงานของ Absolute Elyx ที่ตั้งอยู่ในบริเวณแหล่งน้ำใต้ดินพอดี ทำให้คุณภาพน้ำนั้นยิ่งดีอยู่แล้ว พอนำมาเข้ากระบวนการทำให้น้ำบริสุทธิ์ น้ำยิ่งดีขึ้นไปอีกจนกล่าวจะได้ว่า วอดก้าของแบรนด์นั้นมีความละเอียดเหมือนเส้นไหม อะไรกันอย่างงั้นเลยทีเดียว

3. ความบริสุทธิ์ผุดผ่องจากทองแดง
Copper หรือทองแดงนั้น โดยจะใช้ในวงการการก่อสร้างและไฟฟ้าเป็นหลักมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว คุณรู้หรือไม่ว่า ธาตุทองแดงนั้นได้นำมาใช้ในการกลั่นวอดก้าอีกด้วย!? Absolute Elyx แบรนด์หรูของวงการ ได้นำทองแดงมาใช้ในกระบวนกลั่นให้ได้วอดก้าที่หอมละมุน บริสุทธิ์ และชุ่มครีมเป็นที่สุด

4. เจมส์บอนด์มาตินี่007
จริงหรือไม่ที่ Martini Cocktailชื่อดังของหนุ่มสายลับอังกฤษนั้น ‘เขย่าแต่ไม่ต้องคน’ คำพูดนี้ไม่จริง เพราะ Bartenders เห็นว่าการคนมาร์ตินี่นั้นจะช่วยให้รสชาติดีกว่าการเขย่า Jonas Tahlin กล่าวว่า ”การเขย่านั้นง่ายกว่ามากก็จริง แต่มันจะยากมากในการควบคุมไม่ให้น้ำแข็งแตกจนไปเจือจางรสชาติอันนุ่มละมุนของวอดก้า ดังนั้น การคนจึงจะเป็นสิ่งที่ดีกว่าในการชง Cocktail

5. สุขภาพดีปลอดกลูเตน
ในกระบวนการกลั่นของVodka ดังนั้นจะไม่มีการใส่สาร Gluten ลงไปแน่นอน เจ้าสาร Glutenนี้ จะเป็นส่วนผสมหนึ่งในการหมักVodka คนไทยอาจจะยังไม่ค่อยรู้จักมากนัก เพราะส่วนมากทานข้าวกัน แต่Glutenนี้มักจะไปขัดขวางการดูดซึมอาหารในกลุ่มคนบางพวกได้ ในบางรายจะมีการแพ้กลูเตนแบบรุนแรง ซึ่ง Vodka เข้าใจในจุดๆนี้เป็นอย่างดี

6. ความหรูหราเหนือกาลเวลา
Jonas Tahlin หนึ่งในผู้บริหารของAbsolute Elyx ได้กล่าวว่า ‘เมื่อคุณรู้ส่วนผสมต่างๆในการสร้างเหล้าของคุณแล้ว คุณจะควบคุมกระบวนได้ทุกๆอย่าง ในขั้นตอนที่ให้ออกมาเพอร์เฟคที่สุด’ ทำให้ได้วอดก้าที่มีคุณภาพที่ดีมากที่สุด และเมื่อรวมกับกาลเวลาที่Vodkaยืนหยัดคู่กับโลกใบนี้มานาน ทำให้คุณมีค่าของเครื่องดื่มเข้าข่ายความสมบูรณ์แบบที่ดีที่สุด

7. สิ่งแวดล้อมต้องมาก่อน
Absolut Elyx หนึ่งในบริษัทดังในวงการวอดก้า ก็จะออกมาเผยว่า บริษัทมีนโยบายที่จะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุดในทุกๆกระบวนการของวอดก้า การรัวไหลของของเสียสารเคมีและปุ๋ยต่างๆในโรงงาน Vodka จะไม่มีทางการเกิดขึ้นด้วยนโยบายที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมของแบรนด์

8. ทุกความคาดหวัง Vodka คือคำตอบ
Vodkaที่ดีนั้นนอกจากจะไม่มีกลิ่นแล้วยัง ไม่มีสี ไม่มีรสชาติ ทำให้มียังมีรสชาติต่างๆนาๆอีกด้วย เช่น ราสบ์เบอรี่ แอปเปิ้ล มินท์ แต่นี่ไม่ได้เป็นคำพูดที่เป็นจริงเสมอไป เพราะนอกจาก Vodka ยังอร่อยในตัวมันเองและผลไม้ต่างๆแล้ว(Cocktail) Vodka ยังผสมกับ Whisky ชนิดอื่นๆได้อีกด้วย นั่นแสดงให้เห็นว่า Vodka ขวดเดียวก็เฟี้ยวไปได้ทั้งคืน

นักดื่ม แชมเปญ ที่จะต้องควรรู้
ประวัติแชมเปญ

นักดื่ม แชมเปญ ที่จะต้องควรรู้ เป็นชื่อของเขตหนึ่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงปารีส

นักดื่ม แชมเปญ ที่จะต้องควรรู้ นิยมดื่มเพื่อแสดงความยินดีต่อกันในโอกาสพิเศษต่างๆ 

นักดื่ม แชมเปญ ที่จะต้องควรรู้

แชมเปญ (Champagne)เป็นเครื่องดื่มที่อัดเต็มไปด้วยก๊าซที่มีแอลกอฮอล์ที่เก่าแก่มากที่สุด รู้จักกันมานานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1668 โดยที่นักสอนศาสนาชาวฝรั่งเศสที่ค้นพบโดยบังเอิญ จากที่การนำน้ำองุ่นมาหมักทำให้เกิดปฏิกิริยาในการเปลี่ยนแปลงให้น้ำตาลไปเป็นแอลกอฮอล์โดยยีสต์ แต่น้ำตาลก็เลยเปลี่ยนเป็นแอลกอฮอล์ไม่หมดเลย ดังนั้นเมื่อหมักทิ้งไว้จึงเกิดการหมักได้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นอีก จึงมีฟองและรสซ่่ามากว่าไวน์ทั่วไป แอลกอฮอล์มีประมาณ10-13 ดีกรี มักบรรจุใส่ขวด เมื่อเปิดขวดก็จะมีเสียงดังจากก๊าซที่บรรจุอยู่ดันออกมาและจะมีฟองออกมามาก นิยมดื่มเพื่อเอาไว้แสดงความยินดีต่อซึ่งกันและกันในโอกาสที่พิเศษต่างๆ เช่น วันคล้ายวันเกิด วัยแต่งงาน

แชมเปญเป็นไวน์ที่มีก๊าซซึ่งได้มีวิธีการหมักจากองุ่นเพียง 3 พันธุ์ ในเขตของชองปาญ คือ องุ่นขาวพันธุ์ชาดงเน (Chardonnay)องุ่นแดงพันธุ์ปิโนนัว (Pinot Noir)และพันธุ์ปิโนเมอเนีย (Pinot Meunier)องุ่นพันธุ์ดังกล่าวก็จะถูกเก็บเกี่ยวก่อนที่จะแก่เต็มที่ มีน้ำตาลประมาณ 17-19 บริกซ์ (brix) จึงมีความเป็นกรดอย่างสูง ซึ่งจะทำให้ได้แชมเปญที่มีรสชาติสดใส ดื่มแล้วรู่สึกสดชื่น อาจจะใช้องุ่นขาวผสมกับองุ่นแดงในสัดส่วนร้อยละ 70:30 หรืออาจใช้องุ่นขาวร้อยละ 98 แต่องุ่นแดงจะต้องแยกเปลือกออกก่อนที่จะนำไปหมักเพื่อให้แชมเปญที่ได้มีสีเหลืองอ่อน

กระบวนการผลิตแชมเปญ
แชมเปญได้จากการนำเทเบิลไวน์ (table wine)ซึ่งอาจจะเป็น ไวน์แดง ไวน์ขาว หรือไวน์ชมพูมาหมักซ้ำ หรืออาาจะหมักเป็นครั้งที่สองโดยการเติมยีสต์และน้ำตาลให้เกิดการหมักต่อไปอีกได้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และเก็บก๊าซนี้เอาไว้ในขวด หรืออาจจะได้จากการอัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงในไวน์ด้วยความดันสูง

การผลิตแชมเปญมี 4 วิธี แต่ละวิธีจะให้แชมเปญที่มีคุณภาพและราคาต่างกันดังนี้

1. วิธีอัดก๊าซ (Artificial Carbonation)ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายสุดและรวดเร็วสุดในการผลิต เป็นวิธีที่คล้ายกับการทำโซดาคือ อัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงในไวน์ที่ได้จากการบ่มองุ่น วิธีนี้จะทำให้ฟองก๊าซที่ขึ้นจะมีขนาดใหญ่มาก ทีทจำทำให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากเปิดขวด และฟองคงอยู่ได้ไม่นานเพียงชั่วขณะหนึ่งเท่านั้นเอง แชมเปญที่ผลิตโดยวิธีนี้จึงมีคุณภาพต่ำ

2. วิธีทำให้เกิดก๊าซในถัง (bulk or Charmat method)จะนำไวน์ไปต้มในถังเป็นเวลา 12-16 ชั่วโมง แล้วค่อยนำทำให้เย็นทันที จากนั้นจึงปั๊มไวน์ไปยังอีกถังหนึ่ง แล้วเติมยีสต์และน้ำตาลให้เกิดการหมักเป็นเวลา 15-20 วัน ก็จะเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ปั๊มไวน์ที่มีก๊าซอยู่ไปทำให้ใสในถังโดยทำให้เย็นที่อุณหภูมิ -1 องศาเซลเซียส แล้วจึงนำไปบรรจุภายใต้ความดัน วิธีนี้จะสามารถผลิตแชมเปญได้ภายในเวลา 1 เดือน ค่าใช้จ่ายก็จะไม่แพงมากนัก และได้แชมเปญที่มีคุณภาพดีมากยิ่งขึ้น จะดีกว่าวิธีทำครั้งแรกอีด้วย

3. วิธีการแบบแชมเปญ (Champagne method)เป็นวิธีที่ซับซ้อนมาก และ ยุ่งยากใช้เวลานานพอสมควรและค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงที่สุด แต่ก็จะสามารถทำให้ได้แชมเปญที่มีคุณภาพดีมากที่สุด หลังจากรินใส่แก้วแล้วก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะอยู่ได้นานกว่าวิธีอื่นๆ จึงทำให้มีราคาสูงมาก และจะเป็นวิธีการเดียวเท่านั้นที่กฎหมายของประเทศฝรั่งเศสให้ใช้ในการผลิตของแชมเปญ เป็นวิธีการโดยเติมยีสต์และน้ำตาลลงในขวดที่มีไวน์บรรจุอยู่ ปิดจุกไม้คอร์ก ทิ้งไว้ให้เกิดการหมักที่อุณหภูมิ 10-12 องศาเซลเซียส จนเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และแอลกอฮอล์ เมื่อการหมักเกิดขึ้นสมบูรณ์แบบแล้วนำไปเก็บบ่มไว้เป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี ในห้องเก็บโดยการวางคว่ำขวดต้องเอียง เพื่อที่จะให้ตะกอนที่เกิดขึ้นมารวมกันที่คอขวด กำจัดตะกอนออกแล้วทำจะให้บริสุทธิ์

4. วิธีหมักในขวด (transfer method)เป็นการเลียนแบบวิธีการทำแชมเปญของฝรั่งเศสโดยให้การหมักให้เกิดก๊าซในขวดเช่นเดียวกัน แต่เมื่อเกิดก๊าซและการบ่มเพียงพอแล้ว จะถ่ายผ่านสายกรองไปยังขวดที่จะต้องการบรรจุโดยใช้แรงดันของก๊าซ เป็นวิธีนี้จะได้แชมเปญที่มีคุณภาพดีพอสมควร ราคาปานกลาง และจะระบุบนฉลากว่า “fermented in bottle”

การเก็บรักษาและจัดจำหน่าย
แชมเปญที่มีการว่างจำหน่ายและได้รับความนิยมมากที่สุด เป็นแชมเปญที่ผลิตจากประเทศฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมนี และสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะมีการนำเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทย โดยบรรจุในใส่ขวดทรงแชมเปญที่มีกระดาษตะกั่วหุ้มทับจุกคอร์กอีกครั้งหนึ่ง มีปริมาตรสุทธิ 750 มิลลิลิตร และจะมีการระบุคุณภาพ แหล่งผลิต ปริมาตรสุทธิ ผู้จัดจำหน่ายบนฉลากขวด การเก็บรักษาแชมเปญจะต้องเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิ 12-15 องศาเซลเซียส และวางขวดตามแนวนอนเพื่อไม่ให่จุกคอร์กแห้ง ซึ่งจะทำให้เกิดการหดตัวลงของจุกคอร์ก และจะทำเกิดการเสื่อมเสียได้จากแบคทีเรีย

จุดเริ่มต้นของนักดื่มสุราเมรัย
ประวัติเหล้า

จุดเริ่มต้นของนักดื่มสุราเมรัย ที่ต้องควรรู้กันเป็นอย่างดี และไม่ควรพลาด

จุดเริ่มต้นของนักดื่มสุราเมรัย หากใครดื่มไม่มากอาจจะทำให้รู้สึกผ่อนคลายเนื่องจากสารกดจะจิตใต้สำนึก

จุดเริ่มต้นของนักดื่มสุราเมรัย

กฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ให้ความหมายของสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ (Alcoholic Beverages) ไว้ว่า “สุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ (Alcoholic Beverages) หมายความรวมถึงเครื่องดื่มใดก็ตามๆ ในรูปแบบของเหลวที่มีเอทิลแอลกอฮอล์ (Ethyl Alcohol) เป็นองค์ประกอบไม่น้อยกว่า 0.5 เปอร์เซนต์โดยปริมาตร และสามารถบริโภคได้”

มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสุรากลั่น มอก. 2088–2544 ได้ให้คำนิยามของสุราไว้ว่า “สุรา หมายถึง เครื่องดื่มที่มีแรงแอลกอฮอล์เกิน 0.5 ดีกรี แต่ไม่เกิน 80 ดีกรี ”

ความหมายของสุรากลั่นชุมชนและสุราแช่ชุมชน

ในประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง วิธีการบริหารงานสุรา พ.ศ. 2544 (ฉบับที่ 3) เรื่อง วิธีบริหารงานสุรา พ.ศ. 2546 (ฉบับที่ 4) และประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการอนุญาตให้ทำและขายสุราแช่ชนิดสุราผลไม้ สุราแช่พื้นเมือง และสุราแช่อื่นนอกจากเบียร์ พ.ศ. 2546 ได้กำหนดความหมายของสุราต่างๆ ไว้ ดังนี้

“สุราแช่และผลิตภัณฑ์” หมายความว่า สุราแช่ชนิดสุราผลไม้ สุราแช่พื้นเมือง สุราแช่อื่นนอกจากเบียร์

“สุรากลั่นชุมชน” หมายถึง สุรากลั่นชนิดสุราขาว ทำจากวัตถุดิบจำพวกข้าว หรือแป้ง หรือผลไม้ หรือน้ำผลไม้ หรือผลิตทางการเกษตรอื่นๆ มีแรงแอลกอฮอล์เกินกว่า 15 ดีกรี แต่ไม่เกิน 40 ดีกรี

สุรากลั่นชุมชนและสุราแช่ชุมชน นอกจากมีความหมาย ดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังมีเงื่อนไขว่าต้องทำการผลิตสุราดังกล่าวในสถานที่ทำสุราซึ่งใช้เครื่องจักรที่มีกำลังรวมต่ำกว่าห้าแรงม้า หรือใช้คนงานน้อยกว่าเจ็ดคน หรือกรณีที่ใช้ทั้งเครื่องจักรและคนงาน เครื่องจักรต้องมีกำลังรวมต่ำกว่าห้าแรงม้า และคนงานต้องน้อยกว่าเจ็ดคน

ที่มา : มัทนา พฤกษะริตานนท์ นักวิทยาศาสตร์ 8 กลุ่มงานวิเคราะห์สินค้าและของกลาง ” ทิศทางการพัฒนาคุณภาพสุราชุมชน

สุรา (อังกฤษ: liquor หรือ spirit) หมายถึง น้ำเมาที่ได้จากการกลั่นสารบางประเภท อาทิ เอทิลแอลกอฮอล์ และเมรัย คือ นํ้าเมาที่เกิดจากการหมักหรือแช่ให้เกิดสารบางประเภท เมื่อดื่มแล้วสารนั้นจะออกฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง หากใครดื่มไม่มากอาจจะทำให้รู้สึกผ่อนคลายเนื่องจากสารกดจะจิตใต้สำนึกที่คอยควบคุมตนเองทำให้กล้าแสดงออกมากขึ้น แต่เมื่อดื่มมากขึ้นก็จะกดสมองบริเวณอื่นๆได้ ทำให้เสียการทรงตัว พูดไม่ชัด จนแม้กระทั่งหมดสติลงไปในที่สุด ทั้งสุราและเมรัยเรียกโดยภาษาปากว่า “เหล้า”

ประเทศต่างๆ ได้วางกฎเกณฑ์สำหรับการผลิต การขาย และการบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ตัวอย่างเช่น กฎหมายที่กำหนดอายุขั้นต่ำสำหรับผู้ที่สามารถบริโภคได้อย่างถูกกฎหมาย ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละประเทศ เช่น อายุไม่ต่ำกว่า 16 ปีสำหรับประเทศเยอรมนี ฝรั่งเศส ออสเตรียและสวิสเซอร์แลนด์, ไม่ต่ำกว่า 18 ปีในประเทศไทย หรือไม่ต่ำกว่า 21 ปีในสหรัฐอเมริกา

การบริโภคทั้งสุราและเมรัยเป็นข้อห้ามในข้อสุราเมรยมัชปมาทัฏฐานหรือข้อที่ 5 แห่งเบญจศีลของพุทธศาสนา ซึ่งว่า “สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา เวรมณี สิกฺขาปทํสมาทิยามิ” แปลได้ว่า
“เราจักถือศีลโดยเว้นจากการบริโภคสุรายาเมาอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท”