ความเป็นมา ของสาเก
เหล้าสาเก

ความเป็นมา ของสาเก ชาวญี่ปุ่นรับเอาวิธีการหมักสุราด้วยข้าวมอลต์จากประเทศจีนเมื่อหลายพันปีมาแล้ว

ความเป็นมา ของสาเก  เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ได้รับความนิยมมาก

ความเป็นมา ของสาเก

Sake หมายถึง น้ำเมาที่กลั่นหรือหมักแล้ว หรือ สุรา, เหล้า นั่นเอง คำว่า สาเก เป็นการอ่านด้วยเสียงญี่ปุ่น

ถ้าออกเสียงแบบจีนจะอ่านว่า Shu ส่วนคำว่า Nihon หมายถึง ประเทศญี่ปุ่น “นิฮงชุ” จึงหมายถึงสุราที่ผลิตใจประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง ซึ่งชาวไทยส่วนใหญ่จะรู้จักกันในนาม “สาเก” สาเกเป็นเครื่องดื่มประจำชาติของชาวญี่ปุ่นมานานหลายศตวรรษ ไม่ทราบแน่ชัดว่ามีต้นกำเนิดจากไหน หรือเมื่อไร แต่สันนิษฐานว่าชาวญี่ปุ่นรับเอาวิธีการหมักสุราด้วยข้าวมอลต์จากประเทศจีนเมื่อหลายพันปีมาแล้ว เหล้าสาเกมีความพิเศษเหมือนกับไวน์ที่นำมาเสิร์ฟพร้อมอาหารและช่วยเพิ่มรสชาติอาหารในยุคอาสึกะ Asuka jidai / ค.ศ.592 – 710 สาเกที่หมักจากข้าว, น้ำ และมอลต์เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ได้รับความนิยมมาก ในสมัยเฮอัน Heian jidai / ค.ศ.794-1185 สาเกเริ่มถูกใช้ประกอบในพิธีทางศาสนา และผู้คนก็เริ่มดื่มสาเกกันบ่อยขึ้น ในช่วงแรกโรงผลิตเหล้าอยู่ในการดูแลของรัฐบาลเป็นเวลานาน แต่ในคริสต์ศตวรรษที่ 10 ตามวัดและศาลเจ้าก็เริ่มหมักเหล้ากันเอง และก็กลายเป็นสถานที่หลักในการหมักสาเกเป็นระยะเวลานานถึง 500 ปี ถึงเหล้าสาเกจะเป็นเหล้าหมักแต่ก็แตกต่างจากไวน์ และไม่เหมือนกับเบียร์ เหล้าสาเกสามารถดื่มได้โดยไม่ต้องมีกับแกล้ม หรือจะดื่มกับอาหารหลากหลายชนิดก็ได้เช่นกัน ปัจจุบันนี้ สาเกเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก มีอุตสาหกรรมการผลิตสาเกกระจายอยู่หลายแห่ง ทั้งในประเทศจีน, ทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, ทวีปอเมริกาใต้, ทวีปอเมริกาเหนือ, และทวีปออสเตรเลีย และด้วยสาเหตุที่มีแหล่งผลิตสาเกอยู่มากมายทั่วโลกนี่เอง ทำให้คุณภาพของสาเกแบบดั้งเดิมลดลง สาเกที่ผลิตในประเทศญี่ปุ่นมีจำนวนลดลงเรื่องๆ ตั้งแต่กลางยุค 70 จำนวนผู้ผลิตเองก็ลดลงเช่นกัน จากที่มีอยู่ 3,229 แห่งทั่วประเทศในปี 1975 ก็ลดลงเหลือเพียง 1,845 แห่งในปี 2007 นอกจากนี้ แม้จะเป็นเหล้าสาเกชนิดเดียวกันก็สามารถเลือกดื่มได้ทั้งแบบร้อนหรือแบบเย็น ซึ่งท่านจะรู้สึกประหลาดใจในการรับรสชาติที่แตกต่างกันไปตามอุณหภูมิ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *